Deep Technology เทคโนโลยีที่พร้อมขับเคลื่อนวงการ Startup สู่โลกอนาคต

          ในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าขึ้นทุกวัน จนบางครั้งคนก็แทบจะตามไม่ทัน ทำให้วงการ Startup ที่ต้องใช้ไอเดีย และนวัตกรรมใหม่ๆ มาประกอบธุรกิจเกิดการแข่งขันสูงมาก ถ้าธุรกิจไหนสามารถปรับตัวตามเทคโนโลยีได้ไว ก็สามารถไปต่อได้ไม่ยาก แต่ถ้าธุรกิจไหนปรับตัวได้ช้า ก็อาจจะต้องเร่งสปีดขึ้นมาอีก

          วันนี้เราจะพาชาว Startup ทุกคนมารู้จักกับคำที่หลายคนอาจจะคุ้นหู แต่ยังไม่เคยรู้ความหมาย นั่นก็คือ ‘Deep Tech’ ที่ถือเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองมากๆ เพราะอาจเปลี่ยนอนาคตของวงการ Startup ได้เลยทีเดียว 

Deep Technology เทคโนโลยีขั้นสูงที่ไม่ได้ทำขึ้นมาง่ายๆ

          Deep Technology หรือเรียกสั้นๆ ว่า Deep Tech คือ เทคโนโลยีเชิงลึกที่มีความซับซ้อน เพราะต้องผ่านการค้นคว้าวิจัย และคิดค้นขึ้นมาใหม่จากนวัตกรรมเชิงวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์เป็นเวลานาน ยากที่จะเลียนแบบได้ และถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์

          ปัจจุบัน Deep Technology ที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ จะมีอยู่ 8 เทคโนโลยีหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่

  • Artificial Intelligence (AI) : เทคโนโลยีที่เปรียบเหมือนสมองของมนุษย์ ถูกใส่ฟังก์ชันให้สามารถทำความเข้าใจ และการแก้ปัญหาต่างๆ ได้
  • Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) : เทคโนโลยีที่ผสานโลกในจินตนาการให้เข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง
  • Internet of Things (IoT) : เทคโนโลยีที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่อถึงกัน และสั่งการได้ด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • Blockchain : เทคโนโลยีสำหรับจัดเก็บข้อมูลที่ไม่มีศูนย์กลางควบคุม แต่มีความปลอดภัยสูง และเชื่อถือได้
  • Robotics : เทคโนโลยีที่สร้าง และพัฒนาหุ่นยนต์ให้สามารถมาช่วยทุ่นแรงมนุษย์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้
  • Biotechnology : เทคโนโลยีที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับสิ่งมีชีวิต หรือส่วนต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต เช่น ใบของพืช เนื้อสัตว์ เป็นต้น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับมนุษย์
  • Energytech : เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตพลังงานต่างๆ เช่น พลังงานไฟฟ้า พลังงานไอน้ำ เป็นต้น
  • Spacetech : เทคโนโลยีสำหรับการสื่อสาร หรือสำรวจดวงดาวต่างๆ นอกโลก และการปล่อยกระสวยอวกาศ 

          หลังจากได้รู้จักทั้ง 8 Deep Technology กันไปแล้ว ลองมาดูกันต่อว่ามีบริษัทระดับโลก หรือ Startup ไหนที่นำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ จนประสบความสำเร็จบ้าง

ตัวอย่าง บริษัท และ Startup ที่โดดเด่นจากการใช้ Deep Tech

          Google และ Facebook  2 บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกที่เลือกใช้ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้งาน เพื่อนำเสนอสิ่งที่คาดว่าจะถูกใจ User หรือที่หลายคนเรียกว่า ‘Algorithm (อัลกอริทึม)’ 

          Neocis สตาร์ทอัพสัญชาติอเมริกา เจ้าของนวัตกรรม YOMI หุ่นยนต์ทันตกรรมที่สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับช่องปากของคนไข้ เพื่อวิเคราะห์หาวิธีการรักษาที่ดีที่สุด และยังสามารถช่วยผ่าตัดรากฟันเทียมได้อีกด้วย

          Biofiber สตาร์ทอัพจากประเทศ Sweden ที่ใช้ไฟเบอร์จากไม้สนนอร์ดิก มาผลิตเป็นสินค้าต่างๆ เช่น เก้าอี้ เสื้อผ้า แทนการใช้ Fossil-Based Plastics เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างยั่งยืน         

Deep Tech Startup ต่างกับ Tech Startup ทั่วไปอย่างไร? 

          ตอนนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า Deep Tech Startup ต่างกับ Startup อื่นๆ อย่างไร เพราะก็มีการใช้เทคโนโลยีเหมือนกัน

          ต้องบอกว่าปกติแล้ว Startup จะถือเป็นคนใช้เทคโนโลยีมาประยุกต์กับธุรกิจ ไม่ใช่คนที่สร้างเทคโนโลยีขึ้นมาใหม่ ยกตัวอย่างเช่น Startup ที่มี Business Model เป็นแพลตฟอร์มให้คนมาเจอกัน หรือเป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือ จะถือเป็น Tech Startup ทั่วไป เนื่องจากไม่ได้มีการทำวิจัยเพื่อนำมาสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ภายในบริษัท 

          นอกจากนี้ Deep Tech Startup ยังต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนา ทดลอง และปรับปรุงเทคโนโลยีของตัวเองนานกว่า Tech Startup ทั่วไป ทำให้การทำ Deep Tech Startup ต้องใช้เงินทุนสูงกว่า และยังมีความเสี่ยงมากกว่าอีกด้วย เพราะมีความยุ่งยาก ซับซ้อนในช่วงทดลอง

          ถึงจะมีความเสี่ยงสูง และซับซ้อนขนาดไหน แต่ด้วยการใช้ระยะเวลาในการพัฒนาค่อนข้างนาน ก็ทำให้ Deep Tech Startup มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า Tech Startup ทั่วไป และสามารถดึงดูดนักลงทุนได้มากกว่าอีกด้วย อาจเป็นเพราะ Deep Tech มีความล้ำสมัยกว่า และน่าจะสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ดีให้กับมนุษย์ได้จริงๆ

          ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวของ Deep Technology ที่ TED Fund อยากมาเล่าให้ชาว TED Club ได้รู้จัก เผื่อว่าในอนาคตจะได้ขยับขยาย Startup ของตัวเองให้ไปสู่ Deep Tech Startup บ้าง 

          แต่ตอนนี้ หากใครมีไอเดียธุรกิจที่สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในสังคมได้ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ แต่ยังขาดความพร้อมในหลายๆ ด้าน TED Fund ก็พร้อมสนับสนุนทุนและองค์ความรู้ เพื่อผลักดันให้ไอเดียนั้นเกิดขึ้นจริงได้

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://bit.ly/3MXTm95

https://bit.ly/3mTcvyi

https://bit.ly/3y4M7bj

https://www.biofibertech.com/about

https://today.line.me/th/v2/article/kMeoMMhttps://www.kxinnovation.com/news/1414956976

Share on twitter
Share on linkedin